พื้นฐานสล็อต

Paylines, Ways และ Cluster Pays ต่างกันอย่างไร? อ่านวิธีนับชุดชนะให้ถูก

เปรียบเทียบ Paylines, Ways และ Cluster Pays ด้วยภาพจำง่าย ๆ และตัวอย่างจาก Starburst, Mahjong Ways และ Reactoonz 100 เพื่ออ่านวิธีนับผลสล็อตให้ถูกเกม

ภาพหน้าปกบรรณาธิการของปั่นเพลิน
บทความอธิบายกลไกสล็อตด้วยภาษาง่าย ๆ

เวลาเห็นสัญลักษณ์เหมือนกันหลายตัว เราอาจเผลอคิดว่าเกมต้องจ่ายเหมือนกันหมด แต่จริง ๆ แล้วคำถามแรกไม่ใช่ “เหมือนกันกี่ตัว” ครับ คำถามแรกคือ เกมใช้ระบบอะไรนับชุดชนะ

สามระบบที่เจอบ่อยคือ Paylines, Ways และ Cluster Pays แต่ละระบบมองตำแหน่งต่างกัน ต่อให้ใช้รูปสัญลักษณ์เดียวกัน ผลที่นับว่าชนะก็อาจไม่เหมือนกัน

สรุปความต่างแบบสั้นที่สุด

  • Paylines ตรวจว่าสัญลักษณ์อยู่บนแนวเส้นที่กำหนดหรือไม่
  • Ways ตรวจการเรียงผ่านรีลที่กำหนดตามกติกา โดยไม่ยึดเส้นรูปทรงตายตัวแบบ Payline
  • Cluster Pays ตรวจกลุ่มสัญลักษณ์ที่ติดกันบนตาราง ตามจำนวนและทิศทางที่เกมกำหนด

นี่เป็นภาพรวมเท่านั้น บางเกมจ่ายจากซ้ายไปขวา บางเกมนับทั้งสองทิศ และบางเกมใช้คำการตลาดเฉพาะของตัวเอง จึงต้องให้ Game Rules ของเกมจริงเป็นคำตอบสุดท้าย

Payline คือเส้นที่เกมกำหนดไว้

Payline หรือเส้นจ่าย คือชุดตำแหน่งบนรีลที่เกมใช้ตรวจสัญลักษณ์ อาจเป็นเส้นตรง แนวเฉียง หรือรูปซิกแซกก็ได้ ขึ้นกับตารางเส้นของเกม

ตัวอย่างสมมติ เกม 5 รีลกำหนดเส้นกลางหนึ่งเส้น ถ้าสัญลักษณ์ A อยู่แถวกลางของรีล 1, 2 และ 3 ก็อาจเป็นชุดชนะ แต่ถ้า A สามตัวเดียวกันกระจายอยู่นอกเส้นนั้น เกมอาจไม่นับ แม้เราจะมองเห็นว่ามีครบสามตัว

จุดนี้จึงต้องดูทั้ง จำนวนสัญลักษณ์, ตำแหน่ง และ เส้นที่เปิดใช้งาน ไม่ใช่นับแค่รูปที่เหมือนกัน

ตัวอย่าง Paylines: Starburst

หน้าเกม Starburst ของ NetEnt ระบุโครงสร้าง 5 รีล 3 แถว และสูงสุด 10 Paylines พร้อม Expanding Wild ที่ขยายเต็มรีลและให้ Respin เมื่อเข้าเงื่อนไข

Starburst เหมาะเป็นตัวอย่างเพราะเราสามารถเปิดตารางเส้นแล้วตามตำแหน่งทีละรีลได้ แต่ตัวเลข 10 เส้นเป็นข้อมูลของเกมนี้ ไม่ใช่มาตรฐานว่าสล็อตแบบ Payline ทุกเกมต้องมี 10 เส้นครับ

Ways ไม่ต้องลากเส้นรูปทรงตายตัว

ระบบ Ways มักเปิดให้สัญลักษณ์ที่เข้าเงื่อนไขบนแต่ละรีลสร้างชุดได้หลายทาง จุดสำคัญคือคำว่า “หลายทาง” ไม่ได้แปลว่าอยู่ที่ไหนก็ได้โดยไม่มีเงื่อนไข หลายเกมยังต้องเริ่มจากรีลที่กำหนดและต่อเนื่องไปยังรีลถัดไป

ลองนึกภาพสมมติว่ารีลแรกมี A สองตัว รีลที่สองมี A สามตัว และรีลที่สามมี A หนึ่งตัว ถ้าทุกตำแหน่งเข้าเงื่อนไขของเกม จำนวนวิธีในช่วงสามรีลอาจคำนวณเป็น 2 × 3 × 1 = 6 Ways

ตัวอย่างนี้ช่วยอธิบายการคูณจำนวนตำแหน่งเท่านั้น ไม่ใช่สูตรอัตราจ่าย และไม่ควรใช้กับเกมที่กติกา Ways ต่างออกไป

ตัวอย่าง Ways: Mahjong Ways

เอกสาร Mahjong Ways Game Information ของ PG SOFT ระบุเกม 5 รีล 4 แถว และ 1,024 Ways รุ่นต้นฉบับยังมี Wild ที่แทนสัญลักษณ์อื่นยกเว้น Scatter

คำว่า 1,024 Ways จึงบอกจำนวนเส้นทางการจับคู่ตามโครงสร้างเกม ไม่ได้แปลว่าในหนึ่งรอบจะชนะ 1,024 ครั้ง และไม่ได้แปลว่าโอกาสชนะเท่ากับ 1,024 เปอร์เซ็นต์ครับ

เวลาตรวจผลจริง ให้ดูเอกสารของรุ่นนั้นว่าต้องต่อเนื่องจากรีลใด ต้องมีกี่รีล และสัญลักษณ์พิเศษเข้ามาแทนได้หรือไม่

Cluster Pays มองหา “กลุ่มที่ติดกัน”

Cluster Pays เปลี่ยนภาพจำจากรีลซ้ายไปขวาเป็นตารางครับ เกมจะมองหาสัญลักษณ์ชนิดเดียวกันที่เชื่อมติดกันตามจำนวนขั้นต่ำและทิศทางที่กำหนด

คำว่า “ติดกัน” ต้องอ่านให้ละเอียด บางเกมนับเฉพาะด้านบน–ล่าง–ซ้าย–ขวา ไม่ได้นับมุมทแยง ขณะที่บางเกมอาจมีเงื่อนไขเฉพาะอื่น จึงอย่าวงกลุ่มด้วยสายตาแล้วสรุปเอง

ตัวอย่าง Cluster Pays: Reactoonz 100

ผู้พัฒนา Play’n GO อธิบาย Reactoonz 100 ว่าใช้ตาราง 7 × 7 และระบบ Cluster Pays โดยเชื่อมสัญลักษณ์เหมือนกันตั้งแต่ 5 ตัวขึ้นไปในแนวนอนหรือแนวตั้ง

จากคำอธิบายนี้ สัญลักษณ์ห้าตัวที่แตะกันเฉพาะมุมทแยงจึงไม่ควรถูกนับเองว่าเป็นคลัสเตอร์เดียว เราต้องตามนิยามแนวนอนหรือแนวตั้งของเกม

ถ้าใช้เกม Cluster Tumble ของ Relax Gaming เป็นอีกตัวอย่าง หน้าผู้พัฒนา ระบุชัดว่าเป็นตาราง 8 × 8 และใช้ Cluster Pays พร้อมการ Tumble หลังชนะ แสดงให้เห็นว่า “วิธีนับชุดชนะ” กับ “สิ่งที่เกิดหลังชนะ” เป็นคนละชั้นของกติกา

Pay Anywhere เป็น Ways หรือ Cluster หรือไม่?

ไม่ควรจับรวมอัตโนมัติครับ คำว่า Pay Anywhere มักบอกว่าสัญลักษณ์ที่เข้าเงื่อนไขสามารถอยู่ตำแหน่งใดก็ได้บนตาราง แต่ยังต้องอ่านจำนวนขั้นต่ำและข้อกำหนดของเกม

เช่น Sweet Bonanza รุ่นต้นฉบับ จ่ายเมื่อมีสัญลักษณ์ตรงกันตั้งแต่ 8 ตัวในตำแหน่งใดก็ได้ นี่ไม่ใช่การลาก Payline และไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มติดกันแบบ Cluster Pays

ผมคิดว่าตารางเปรียบเทียบสั้น ๆ ช่วยจำได้ดีที่สุด: Payline ถามว่า “อยู่บนเส้นไหม”, Ways ถามว่า “ต่อผ่านรีลตามเงื่อนไขไหม”, Cluster ถามว่า “ติดกันเป็นกลุ่มไหม” ส่วน Pay Anywhere ถามว่า “ครบจำนวนทั่วตารางไหม”

วิธีอ่านหน้ากติกาโดยไม่หลงคำโฆษณา

เริ่มจากหาคำเหล่านี้ใน Paytable หรือ Game Rules:

  1. Win mechanic — เกมเรียกระบบว่าอะไร
  2. Minimum symbols — ต้องมีอย่างน้อยกี่ตัว
  3. Direction — เริ่มจากซ้ายหรือไม่ นับสองทิศหรือไม่
  4. Adjacency — ถ้าเป็น Cluster นับทแยงหรือเฉพาะด้าน
  5. Wild rule — Wild แทนอะไรได้บ้าง
  6. Bet relation — จำนวนเส้นหรือระดับเดิมพันมีผลกับการนับและรางวัลอย่างไร

อย่าใช้ภาพหน้าจอรอบเดียวแทนกติกา เพราะเอฟเฟกต์อาจทำให้มองไม่เห็นเส้นหรือกลุ่มที่ระบบกำลังนับ และอย่านำชื่อเกมรุ่นหนึ่งไปค้นแล้วใช้กติกาของอีกรุ่นที่มีคำว่า 1000, Megaways หรือภาค 2 ต่อท้าย

วิธีนับชุดชนะเกี่ยวกับ RTP หรือไม่?

เกี่ยวกันในฐานะส่วนหนึ่งของโครงสร้างเกม แต่ใช้แทนกันไม่ได้ ระบบ 1,024 Ways ไม่ได้บอก RTP และเกม Cluster Pays ก็ไม่ได้มี RTP สูงกว่า Paylines โดยอัตโนมัติ ถ้าต้องการอ่านค่าคาดหมาย ให้ดู RTP คืออะไร แยกจากวิธีนับชุดชนะครับ

คำถามที่พบบ่อย

Ways มากกว่า แปลว่าเกมจ่ายดีกว่าไหม?

ไม่สามารถสรุปได้จากจำนวน Ways อย่างเดียว ต้องดูอัตราจ่าย ความน่าจะเป็น RTP และกติกาอื่นร่วมด้วย

Cluster Pays นับสัญลักษณ์ทแยงหรือไม่?

ขึ้นกับกติกาเกม บางเกมนับเฉพาะแนวนอนและแนวตั้ง เช่นคำอธิบายของ Reactoonz 100 จึงต้องอ่านนิยามของเกมนั้น

Pay Anywhere เหมือน Cluster Pays ไหม?

ไม่จำเป็น Pay Anywhere อาจนับจำนวนสัญลักษณ์ทั่วตารางโดยไม่กำหนดว่าต้องติดกัน ส่วน Cluster Pays ต้องรวมเป็นกลุ่มตามทิศทางที่กำหนด

ภาพประกอบแนวคิด

สามรูปแบบนามธรรมของเส้นเชื่อม กริด และกลุ่มสัญลักษณ์ติดกัน
Paylines, Ways และ Cluster Pays ต่างกันที่วิธีนับชุด ไม่ใช่แค่หน้าตาของรีล

แหล่งอ้างอิง

อ่านต่อใน ปั่นเพลิน